
โรนิน — ผู้ก่อตั้ง, หัวหน้าภัณฑารักษ์ และสถาปนิกเดี่ยว
มีคนประเภทหนึ่งที่ไม่สามารถเดินผ่านนิตยสารที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่สงสัยว่ามันมาจากโลกใบไหน ผมเป็นคนประเภทนั้น — และ The Record Institute คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสัญชาตญาณนั้นได้รับการฝึกฝนอย่างมีวินัยมาเป็นทศวรรษ
ผมเกิดที่กรุงเทพฯ ในปี 1980 สืบเชื้อสายไทย-เวียดนาม-จีน และเติบโตมาในบ้านที่โลกอนาล็อกเดินทางมาถึงเป็นชั้นๆ พ่อของผม — ศึกษาในสหราชอาณาจักร แล้วต่อมาเป็นนักข่าวสนามแข่ง นักทดสอบรถยนต์ และที่ปรึกษาอาวุโสด้านยานยนต์ — เต็มบ้านไปด้วยวรรณกรรมนำเข้า นิตยสารยานยนต์นานาชาติ และกลิ่นเฉพาะของกระดาษที่เดินทางมาไกลเพื่อมาถึงที่นั่น แม่ของผมทำงานกับองค์การสหประชาชาติและในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ นำเอาสิ่งที่แตกต่างออกมา คือภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ เอกสารราชการ และเสียงของหลายภาษาที่ถูกพูดถึงอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนภาษาเดียวกัน ผมไม่ได้มองโลกนี้จากระยะไกล ผมถูกหล่อหลอมมาจากมัน
ตลอดสิบห้าปีที่ใช้ชีวิตข้ามยุโรป ออสเตรเลีย และตอนนี้สหรัฐอเมริกา ผมพัฒนามุมมองสะท้อนที่เกิดได้เฉพาะจากการเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน ผมเห็นสิ่งที่กำลังหายไป — ไม่ใช่อย่างฉับพลัน แต่เงียบๆ ทีละหน้า ตรรกะภาพที่งดงามของยุคอนาล็อก: การพิมพ์ตัวอักษร คุณภาพกระดาษ การจัดวางอย่างตั้งใจของภาพเชิงพาณิชย์ที่ถูกสร้างมาเพื่อดึงความสนใจเพียงสามสิบวินาที แต่กลับยังคงอยู่รอดมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ถึงหกสิบปีให้หลัง
ในตอนกลางวัน ผมทำงานเป็นเชฟมืออาชีพ — งานฝีมือที่ต้องการความแม่นยำ ความอดทน และวินัยทางประสาทสัมผัสเหมือนกับที่งานอนุรักษ์ต้องการ ในตอนเย็นและตลอดทุกชั่วโมงที่มีในแต่ละสัปดาห์ ผมอุทิศตัวเองให้กับ TRI อย่างเต็มที่ ทั้งการเขียน การคัดสรร การจัดประเภท และการสร้างสถาบันนี้ขึ้นจากศูนย์ เพียงคนเดียว
The Record Institute ไม่มีเงินลงทุน ไม่มีทุนอุดหนุน ไม่มีคณะกรรมการภัณฑารักษ์ มันคือผลงานของคนคนเดียวที่ตัดสินใจว่ามีใครสักคนต้องทำสิ่งนี้ และการรอให้สถาบันใหญ่มาทำนั้นไม่ใช่ทางเลือก
นั่นไม่ใช่ข้อจำกัด มันคือปรัชญา
เมื่อการคัดสรรไม่ต้องตอบต่อผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ ความพึงพอใจของผู้บริจาค หรือวาระของสถาบัน มันกลายเป็นสิ่งที่หาได้ยากกว่าที่คลังเอกสารส่วนใหญ่เคยทำได้ นั่นคือการดูแลรักษาที่แท้จริง ทุกชิ้นงานที่ผมคัดเลือก ทุกบทความ Dossier ที่ผมเขียน ทุกการจัดประเภทความหายากที่ผมกำหนด สะท้อนเสียงภัณฑารักษ์เดียวที่สม่ำเสมอ — เสียงที่พัฒนามาตั้งแต่วัยเด็ก ถูกขัดเกลาตลอดสิบห้าปีของการเคลื่อนย้าย และนำมาใช้ด้วยความเข้มข้นเงียบๆ ของคนที่เข้าใจดีว่าสิ่งที่กำลังบันทึกอยู่นั้นกำลังหายไปแล้ว
วันนี้ ผมยังคงทำงานนั้นต่อไป — อย่างเป็นระบบ ทุกวัน โดยไม่ต้องการเสียงตอบรับ — เพื่อให้แน่ใจว่าความทรงจำทางภาพที่แตกกระจายของโลกก่อนดิจิทัลจะไม่สูญหายไปตามกาลเวลา
The Record Institute — คำแถลงการก่อตั้ง
"เราไม่ใช่เพียงแค่นักสะสมสื่อสิ่งพิมพ์เก่า เราคือผู้พิทักษ์ความทรงจำของมนุษย์
ทุกหน้า ทุกภาพถ่าย ทุกคำที่พิมพ์ลงบนสื่ออนาล็อก ไม่ใช่เพียงแค่เศษเสี้ยวของอดีต มันคือหลักฐาน เรื่องเล่า และประจักษ์พยานว่าเราเคยเป็นใคร
ก่อนที่ร่องรอยเหล่านี้จะเลือนหายไปตลอดกาล
ก่อนที่เวลาจะทำให้พวกมันกลายเป็นเรื่องมืดมน
ก่อนที่พวกมันจะกลายเป็นเพียงเชิงอรรถในประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครจำได้ว่าพวกมันเคยมีหน้าตาอย่างไร
The Record Institute ถูกสร้างขึ้นโดยคนคนเดียว ด้วยความเชื่อเดียว: ว่าการอนุรักษ์ไม่ใช่งานของคณะกรรมการหรือสถาบันเพียงอย่างเดียว บางครั้งมันคืองานของบุคคลที่ไม่สามารถมองข้ามได้
ผมคัดสรร ผมบันทึก ผมยกระดับ ผมจดจำ
ไม่ใช่เพื่อการค้า ไม่ใช่เพื่อสินค้า ไม่ใช่เพื่อสะสมเพื่อการสะสม
แต่เพื่อการดูแลรักษา — ปฏิบัติทุกวัน โดยภัณฑารักษ์คนเดียว เพื่อทุกคนที่เคยถือนิตยสารเก่าและรู้สึก แม้เพียงชั่วขณะ ว่าโลกที่มันมาจากนั้นสมควรได้รับการจดจำ"*